Men’s Haircut Trend – เทรนด์ทรงผมผู้ชายหล่อๆอัปเดตล่าสุด

ในปีนี้ “ทรงผมผู้ชายหล่อๆ” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทรงเดียวอีกต่อไป เพราะเทรนด์เปลี่ยนเร็วและผู้ชายยุคใหม่ ก็กล้าทดลองสไตล์ใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทรงเกาหลีดูอ่อนเยาว์ Two-Block สายแฟชั่น หรือ Fade คลีนๆ ใส่ทำงานได้ บทความนี้รวมเทรนด์ที่กำลังมาแรง พร้อมวิธีเลือกให้เข้ากับใบหน้าและบุคลิก เพื่อให้คุณเปลี่ยนลุคได้ตรงใจที่สุด
✦ ทำความรู้จักเทรนด์ทรงผมผู้ชายปี 2026 ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนลุค
เทรนด์ทรงผมผู้ชายปี 2026 มีทิศทางที่ชัดเจนคือ “ดูเป็นธรรมชาติ ดูแลง่าย แต่มีดีเทล” ต่างจากยุคก่อนที่เน้นตัดสั้นเรียบหรือจัด Slick Back แบบจัดเต็มอย่างเดียว ปีนี้เปิดกว้างให้ผู้ชายเลือกทรง ที่บ่งบอกบุคลิกตัวเองได้มากขึ้น และยังเปิดรับความหลากหลายทางสไตล์ มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
✦ เทรนด์ที่กำลังมาแรงในปีนี้มีอะไรบ้าง
ในปี 2026 สามทรงที่ขึ้นชาร์ตการค้นหาในไทย และทั่วเอเชียคือ Two-Block, Comma Hair และ Modern Mullet ตามมาด้วยทรงคลาสสิก ที่ไม่เคยตกเทรนด์อย่าง Crew Cut, Crop และ Slick Back นอกจากนี้ ทรง Buzz Cut + Fade ก็กลับมาฮิตอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการลุคคลีน ดูแมน และไม่อยากจัดทรงเยอะ
📈 ปัจจัยที่ทำให้เทรนด์ทรงผมเปลี่ยนทุกปี
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์มาจากกระแสซีรีส์เกาหลี ไอดอลเค-ป๊อป และนักฟุตบอลระดับโลก รวมถึงแฟชั่นยุโรป ที่ผสมผสานกับสไตล์เอเชีย ทำให้ทรงอย่าง Two-Block, Wolf Cut, Mullet กลับมาแรง ขณะที่ทรงคลาสสิกอย่าง Crew Cut และ Side Part ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย สำหรับผู้ที่ไม่ชอบเสี่ยง
อีกปัจจัยที่หลายคนมองข้าม คือสื่อสังคมออนไลน์อย่าง TikTok และ Instagram ที่ทำให้คนเข้าถึงทรงผมจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น ผู้ชายไทยจึงเปิดรับสไตล์ใหม่ๆ เร็วขึ้น และไม่จำกัดอยู่แค่ทรงที่เคยฮิตในประเทศเท่านั้น
⭐ ความแตกต่างระหว่างเทรนด์เกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป
เทรนด์เกาหลี เน้นความนุ่มฟู ลุคอ่อนเยาว์ ผมมีวอลลุ่ม ไม่จัดทรงแน่นเกินไป สีผมมักย้อมโทนน้ำตาลอ่อนหรือเทาคูล
ส่วน เทรนด์ญี่ปุ่น จะเน้นความเรียบร้อย ทรงเป็นระเบียบ ดูสะอาดตา และมีดีเทลที่ละเอียดอ่อน เหมาะกับผู้ชายที่ชอบลุคมินิมอล
ในขณะที่ เทรนด์ยุโรป จะเน้นทรงที่มีโครงสร้างชัดเจน ใช้ Pomade จัดให้เรียบเงา หรือเป็น Textured Crop ที่ดูแมน ดูภูมิฐาน เหมาะกับผู้ชายที่ใส่สูทเป็นประจำ
รวมทรงผมผู้ชายหล่อๆ ที่ฮิตที่สุดในตอนนี้

มาดูทรงที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้กันครับ แต่ละทรงมีจุดเด่นต่างกัน ขึ้นอยู่กับบุคลิกและสไตล์การแต่งตัวของแต่ละคน
ทรงเกาหลี (Korean Style) ดูอ่อนเยาว์
ทรงเกาหลีเน้นความนุ่มฟู ดูสะอาด ไม่จัดทรงแน่นเกินไป ตัวอย่างที่ฮิตคือ Two-Block, Comma Hair (ทรงหน้าม้าโค้งเหมือนเครื่องหมายคอมม่า) และ Curtain Bangs ที่ปล่อยปอยข้างหน้าลงสองข้างเหมือนม่าน เหมาะกับคนที่ชอบลุคอ่อนเยาว์ ดูใส และเข้ากับเสื้อผ้าสายเกาหลี
ทรงอังกฤษ Slick Back ดูภูมิฐาน
สำหรับคนที่อยากดูเป็นผู้ใหญ่ มีรสนิยม ทรง Slick Back หรือ Pompadour ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ทรงนี้ใช้ Pomade หรือ Wax เนื้อแข็งหน่อยจัดให้เรียบลื่น ดึงผมไปด้านหลังให้เป็นทรงเดียวกัน เหมาะกับชุดสูท ชุดทำงาน หรือคนที่ทำงานสายธุรกิจ การเงิน และกฎหมาย
ทรง Two-Block & Modern Mullet สายแฟชั่น
ทรงนี้คือไอเทมเด็ดของสายแฟชั่น เพราะมีดีเทลชัดเจน ตัดสั้นด้านข้าง แต่ปล่อยยาวด้านบนหรือด้านหลัง ดูมีคาแร็กเตอร์ ตอบโจทย์คนที่ไม่อยากตามทรงทั่วไป Modern Mullet เวอร์ชันปี 2026 ไม่เวอร์เหมือนยุค 80s แต่จัดให้ดูเป็น “Modern Mullet” คลีนขึ้น ลงตัวขึ้น
ทรง Crop & Fade ดูแลง่ายใส่ทำงานได้
ถ้าอยากได้ทรงที่ดูดี ดูแลง่าย ไม่ต้องจัดทรงทุกวัน ขอแนะนำ French Crop, Textured Crop หรือ Buzz Cut + Fade ตัดสั้นรอบศีรษะ เหลือด้านบนแบบมีพื้นผิว ดูแมน ดูคลีน ใส่ทำงานออฟฟิศก็ได้ ใส่ไปเที่ยวก็ดูดี เป็นทรงที่ตัดง่าย ดูแลง่าย เหมาะกับคนยุ่ง
✦ วิธีเลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าและบุคลิก
หลายคนเลือกทรงตามดารา ตามไอดอล แต่พอตัดมาแล้วกลับไม่เข้ากับตัวเอง ปัญหานี้แก้ได้ ถ้ารู้จักรูปหน้าของตัวเองก่อน การวิเคราะห์รูปหน้าใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะตัดทรงที่ไม่เหมาะกับตัวเองได้มาก
🟢 หน้ากลม – เลือกทรงที่ช่วยให้ดูเรียวขึ้น
ถ้าใบหน้าออกกลม เน้นทรงที่มีความสูงด้านบน เพื่อยืดสัดส่วนใบหน้า เช่น Pompadour, Quiff, Two-Block ที่ปล่อยด้านบนยาว ส่วนด้านข้างควรตัดสั้นหรือ Fade เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวลง ทรงเหล่านี้ช่วยสร้างมิติแนวตั้ง ทำให้หน้าดูยาวขึ้นและคมขึ้น
🔲 หน้าเหลี่ยม – เลือกทรงที่เพิ่มความนุ่มนวล
ใบหน้าเหลี่ยมมีจุดเด่นที่กรามคม ทรงผมที่เหมาะคือ ทรงที่ปล่อยด้านข้างให้มีความฟูเล็กน้อย เพื่อลดความคมของกราม เช่น Side Part, Curtain Hair หรือ Crew Cut ระดับกลาง ทรงเหล่านี้จะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุล ไม่ดูแข็งกระด้างเกินไป
🥚 หน้ายาว/หน้าไข่ – เลือกได้แทบทุกทรง
คนหน้ายาวหรือหน้าไข่ ถือว่าเป็นกลุ่มที่โชคดี เพราะเลือกได้แทบทุกทรง แต่ควรเลี่ยงทรงที่ทำให้หน้ายาวขึ้น เช่น Pompadour สูงมาก หรือทรงปล่อยยาวลงด้านล่าง ทรงที่ดูดีที่สุดคือ Fringe (มีหน้าม้า), Crop หรือ Two-Block ที่มีพื้นที่ด้านข้างเป็นสัดส่วน
สำหรับคนหน้าไข่ที่มีสัดส่วนใบหน้าสวยอยู่แล้ว สามารถลองทรงเทรนด์ใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ เพราะรูปหน้าแบบนี้รองรับทรงผมหลากหลายได้ดี ขอเพียงเลือกทรงที่ตรงกับบุคลิก และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
⭐ เลือกทรงให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัว
อย่าลืมว่าทรงผมต้องไปด้วยกันกับเสื้อผ้า ถ้าแต่งตัวสายสตรีท ทรง Mullet หรือ Two-Block ก็เข้ากันดี แต่ถ้าใส่สูททำงานบ่อย Slick Back หรือ Side Part จะดูลงตัวกว่า การเลือกทรงให้สัมพันธ์กับไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้ลุคโดยรวมดู “ใช่”
เคล็ดลับการดูแลและจัดแต่งให้ทรงผมผู้ชายหล่อๆ ทั้งวัน

มีทรงสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูแลให้ทรงคงสภาพได้ทั้งวันด้วย เคล็ดลับการจัดแต่งทรงผมผู้ชายหล่อๆ ให้ดูดีตลอดวัน เริ่มจากการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับทรง และสภาพผมก่อน หากเลือกผิด ต่อให้ตัดทรงสวยขนาดไหน ก็อยู่ไม่ทรงทั้งวัน
✦ เลือก Wax, Pomade หรือ Clay แบบไหนดี
Pomade เหมาะกับทรง Slick Back, Side Part ที่ต้องการความเรียบเงา จับทรงแน่น แนะนำให้เลือกแบบ Water-based เพราะล้างออกง่าย ไม่อุดตันรูขุมขน
Wax เหมาะกับทรงทั่วไป จัดทรงง่าย เซ็ตง่าย เหมาะกับมือใหม่ ให้ความเงาปานกลาง
ส่วน Clay ให้ลุคแมต ดูธรรมชาติ เหมาะกับทรง Crop, Two-Block ที่อยากให้ดูเหมือนไม่ได้จัดเยอะ
✦ ขั้นตอนเซ็ตผมให้อยู่ทรงทั้งวัน
สระผมให้สะอาด เช็ดให้หมาดๆ ไม่เปียกชุ่ม
ใช้ Pre-Styling หรือ Hair Tonic เพื่อปกป้องเส้นผมและช่วยให้ผมเซ็ตง่ายขึ้น
เป่าผมด้วยไดร์ลมร้อนสลับลมเย็น ขณะเป่าใช้แปรงหรือนิ้วจัดทรงตามทิศทางที่ต้องการ
ตักผลิตภัณฑ์ขนาดเหรียญ 5 บาท อุ่นในมือก่อนทาเพื่อให้กระจายตัวง่าย
ทาให้ทั่ว เริ่มจากด้านในก่อน แล้วค่อยจัดด้านนอก
จัดทรงด้วยหวีหรือมือตามต้องการ สำหรับทรงเรียบใช้หวีซี่ห่าง
✦ ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง
ทรงสวยต้องมาพร้อมเส้นผมที่แข็งแรง ควรสระผม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ควรสระทุกวัน เพราะจะทำให้น้ำมันธรรมชาติของหนังศีรษะหายไป ส่งผลให้ผมแห้งเปราะ และยิ่งสระบ่อย หนังศีรษะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาทดแทนมากขึ้น ทำให้ผมมันเร็วกว่าเดิม
ใช้แชมพูที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ (มัน/แห้ง/ผสม) ส่วนครีมนวดควรใช้เฉพาะปลายผม ไม่ทาที่หนังศีรษะ เพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตัน นอกจากนี้ การนวดหนังศีรษะเบาๆ ขณะสระ 2-3 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รากผมแข็งแรง
⭐ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทรงผมผู้ชายหล่อๆ
ควรตัดผมบ่อยแค่ไหนเพื่อให้ทรงคงสภาพสวยอยู่เสมอ?
โดยทั่วไป ผู้ชายควรเข้าร้านตัดทุก 3-4 สัปดาห์ เพื่อรักษาสัดส่วนของทรงให้คงเดิม โดยเฉพาะทรงที่มี Fade หรือ Undercut เพราะผมส่วนสั้นจะยาวเร็ว และทำให้สัดส่วนเสีย ส่วนทรงยาวอย่าง Two-Block หรือ Mullet อาจยืดเป็น 5-6 สัปดาห์ได้ แต่ควรเล็มปลายผมเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ปลายแตก ผู้ที่มีผมยาวเร็วเป็นพิเศษ อาจต้องเข้าร้านบ่อยกว่านี้
ทรงผมผู้ชายหล่อๆ ทรงไหนที่ดูแลง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่?
ถ้าเพิ่งเริ่มดูแลตัวเอง แนะนำ Crew Cut, French Crop หรือ Buzz Cut + Fade เพราะตัดสั้น ไม่ต้องจัดทรงเยอะ ตื่นเช้ามาเช็ดผม ทา Clay นิดเดียวก็ออกจากบ้านได้ ทรงเหล่านี้ดูคลีน ดูแมน และเข้ากับเสื้อผ้าได้แทบทุกแบบ เหมาะกับคนยุ่งหรือไม่ชำนาญการเซ็ตผม อีกทั้งยังเป็นทรงที่ใช้ผลิตภัณฑ์น้อย ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวอีกด้วย
เลือกร้านตัดผมอย่างไรให้ได้ทรงที่ใช่?
ดูพอร์ตของช่างก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะใน Instagram หรือ TikTok ของร้าน ถ้าช่างมีผลงานทรงที่คุณต้องการตัดออกมาดี โอกาสที่จะได้ทรงที่ใช่ก็สูง อีกอย่างคือ ก่อนตัดควรนำรูปทรงที่ต้องการไปให้ช่างดู และคุยให้ละเอียดเรื่องความยาว ความสั้น
และระดับ Fade เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่าใช้คำว่า “เอาแบบสวยๆ” เพราะแต่ละคนนิยามคำว่าสวยไม่เหมือนกัน ควรระบุให้ชัดเจนเป็นนิ้วหรือเซนติเมตรไปเลย
